วัดบ้านค่าย จังหวัดระยอง

วัดบ้านค่าย จังหวัดระยอง

หมวดหมู่: อำเภอบ้านค่าย, 13/10/2014, 8:21, ชม: 35 ครั้ง

วัดบ้านค่าย

ประวัติความเป็นมาของวัดบ้านค่าย
วัดบ้านค่ายสร้างมาตั้งแต่สมัยใดไม่ปรากฏ แต่ได้จากการบันทึกของพระครูวิจิตรธรรมมานุวัด(ท่านพ่อลัด) อดีตเจ้าคณะอำเภอบ้านค่าย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ ว่าวัดบ้านค่ายได้ความจากผู้เฒ่า ๓ รูป ท่านเคยให้เขียนลงในสมุดข่อย ดังนี้
๑. ท่านพ่อวงศ์
๒.ท่านพ่อเกตุ
๓.ท่านพ่ออ่ำ
อายุของท่านทั้ง ๓ รูปนี้ ได้มีอายุไร่เลี้ยกันท่านพยายามเล่าตามความทรงจำ ปู่ ย่า ตา ยาย เล่ากันว่า วัดบ้านค่ายนี้มี ๒ แห่ง คือ วัดล่าง และ วัดบนความจริงมิใช้พระแตกแต่เป็นพระกระแสน้ำไหลเซาะวัดบนตามความบอกเล่าของท่านพ่อวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านค่าย บอกว่า ท่านได้ถามโยมปู่ของท่านว่า วัดบ้านค่ายนี้ใครสร้าง โยมปู่ตอบว่า ใครสร้างไม่รู้ บ้านเมืองเคยล่างเป็นป่าใหญ่ เป็นซากเมืองและวัดของขอมเพราะว่าวัดที่สร้างทั้ง ๒ แห่งนี้เป็นซากเก่าวัดเก่าของพวกขอมทั้งนั้นยังมีผู้พบซากอิฐศิลา แลงเก่าแก่ปรากฏอยู่ด้านเหนืออีก ๒ แห่ง ซึ้งปรากฏว่ามีหินแรงจมอยู่ใต้ดินพอประมาณได้ว่า เป็นซากวัดเก่าทั้ง ๒ แห่ง
สิ่งที่ปรากฏให้เห็นว่าวัดบ้านค่ายเก่าแก่นั้น ก็มีพระพุทธรูปและเทวรูป สลักด้วยหิน เสมาธรรมจักรมีรวดลายแบบขอม หิน อิฐ ที่เป็นซากอุโบสถปรากฏอยู่ในเวลานี้ ซึ่งแสดงว่ามิใช้ของคนไทย คนของกรมศิลปากรได้เคยมาขอพระพุทธรูป หิน อิฐ ไปพิสูจน์ให้ความเห็นว่า เป็นสมัยของขอมจริงและอายุไม่น้อยกวาพันปี
ตามที่ผู้เฒ่าทั้ง๓รูปท่านได้รับฟังจากคนเก่าว่า ได้มาถามป่า และเห็นซากแบบรูป ปรก
( หมายถึงอุโบสถ ) และเสื้อออกลูกในปรก ท่านบอกว่าคนไทยที่ทำมาหากินในบ้านค่ายนี้ ได้อพยพแต่ไหนไม่ทราบเพราะไม่มีหลักฐานปรากฏ เป็นแต่เล่ากันต่อไปต่อมา ที่ให้นามว่า วัดบ้านค่ายนั้น เพราะยังมีซากค่ายปรากฏอยู่ทางเหนือของวัดบ้านค่าย แม้เจ้าของที่ดินจะทำลายไปมากแล้วก็ตาม แต่ยังมีคันดินปรากฏให้เห็นเด่นชัดส่วนการสร้างวัดบ้านค่ายนั้น คงสร้างในซากของวัดขอมทั้ง ๒ แห่งนี้ และย้ายเลื่อนลงมาตามสภาพความเป็นไปของธรรมชาติ
อีกกระแสหนึ่ง คัดลอกมาจากหนังสือประวัติวัดในจังหวัดระยอง
วัดบ้านค่ายนี้ตามคำเล่า ที่เล่าสืบๆกันมา สร้างในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สมัยนั้นขอมยังปรกครองดินแดนแทบนี้อยู่ ได้สร้างวัดและอุโบสถไว้ชาวบ้านเรียกว่า อุโบสถขอม ขณะนี้ปรักหักพังไปหมดแล้ว ยังคงอยู่แต่ซากอิฐ พอเป็นเค้าให้ทราบอยู่บ้างพร้อมทั้งเค้าถนนรอบค่าย ซึ่งเชื้อกันว่าเป็นค่ายของขอมภายหลังขอมเสื่อมอำนาจลงต้องอพยพไปจากที่นี้จึงทำให้วัดล้างไปด้วย
ต่อมา นายตาลซึ่งเป็นชาวระยองได้มาตั้งบ้านเรือน ได้ชักชวนชาวบ้านสร้างกุฎีขึ้นใหม่ พอที่พระภิกษุสงฆ์อยู่ได้ และอาราธนาหลวงพ่อแป้น(อุปัชฌาย์แป้น)จาวัดวงเวียนตะเคียน ๗ ต้น มาอยู่ที่วัดนี้ สำหลับอุโบสถได้ปรักหักพังไปหมดแล้ว ยังมิได้สร้างขึ้นใหม่กล่าวกันว่า ครั้งหนึ่งสงฆ์ในวัดแตกแยกกันเพราะไม่มีอุโบสถที่จะประกอบสังฆกรรมเพื่อให้สงฆ์สามัคคีกันได้จึงคิดสร้างอุโบสถใหม่ แต่พิจารนาเห็นว่า วัดนี้ไม่เหมะสมเนื่องจากอยู่ใกล้น้ำ(แม่น้ำระยอง) ถูสายน้ำแทงมายังวัดจึงย้ายที่สร้างวัดลงมาตอนล่าง
หลวงพ่อแป้นพร้อมและประชาชนในแถบนั้น ไปดูสถานที่ที่นายเรืองแจ้งว่าจะถวายให้สร้างวัดมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๔๐ ไร่เศษ สถานที่ที่มีเสาตลุงช้างอยู่ ๔ ต้น ไม่ทราบว่าเป็นที่ผูกช้างหรือโรงช้างของผู้ใด ซึ่งภายหลังนายเรืองได้จับจองไว้ แต่ยังมิได้ทำประโยชน์อย่างใดเพราะเป็นป่าที่รกชัฏ เล่ากันว่ามีเสือแม่ลูกออ่นอยู่ ณ ที่นั้นเอง เมื่อพิจารนาดูแล้วเห็นเป็นทำเลที่เหมาะสมหลวงพ่อแป้นจึงจัดการยกโรงอุโบสถขึ้น และใช้อุโบสถหลังนี้ทำสังฆกรรมกันต่อมา หลวงพ่อแป้นจึงย้ายกุฎีมาปลูกสร้างใหม่ในเนื้อที่ของนายเรือง ประชาชนนิยมเรียนว่า วัดล่าง และวัดเดิมเรียกว่า วัดบน ปัจจุบันเรียกเป็นวัดบ้านค่าย ตามลักษณะที่มีค่ายของขอมปรากฏอยู่ จากหลักฐานทั้ง ๒ พออยู่ในปัจจุบันได้ประมาณ ๒๐๐ ปีล่วงมาแล้ววัดบ้านค่าย

ลำดับเจ้าอาวาสวัดบ้านค่าย
รูปที่ ๑ ท่านพ่อมา
รูปที่ ๒ ท่านพ่อมี
รูปที่ ๓ ท่านพ่อเพชร
รูปที่ ๔ ท่านพ่อแป้น
รูปที่ ๕ ท่านพ่อบัว
รูปที่ ๖ ท่านพ่อดี
รูปที่ ๗ พระครูวิจิตรธรรมานุวัติ(หลวงพ่อวงศ์) พ.ศ.๒๔๓๓ ถึง พ.ศ.๒๔๘๓
รูปที่ ๘ พระอาจารย์ถิน พ.ศ.๒๔๘๓ ถึง พ.ศ.๒๔๘๖
รูปที่ ๙ พระอธิการเคียง พ.ศ.๒๔๘๕ ถึง พ.ศ.๒๔๙๑
รูปที่ ๑๐ พระครูจันทสโรทัย(หลวงพ่อดิ่ง) พ.ศ.๒๔๙๐ ถึง พ.ศ.๒๕๐๒
รูปที่ ๑๑ พระอธิการเวียง โกวิโท พ.ศ.๒๕๐๒ ถึง พ.ศ.๒๕๐๙
รูปที่ ๑๒ พระอธิการทอง วิจิตฺโต พ.ศ.๒๕๐๙ ถึง พ.ศ.๒๕๒๐
รูปที่ ๑๓ พระมนต์ (ติม) มนฺตชาโต พ.ศ.๒๕๒๐ ถึง พ.ศ.๒๕๒๒
รูปที่ ๑๔ พระวินัยธรกานต์ กาญฺนจโน พ.ศ.๒๕๒๒ ถึง พ.ศ.๒๕๓๐
รูปที่ ๑๕ พระครูพิพัฒน์ชยาภรณ์ พ.ศ.๒๕๓๐ ถึง ปัจจุบัน

ตำแหน่งที่ตั้งวัดบ้านค่าย
วัดบ้านค่าย เลขที่ ๑๔๕ ถนนสาย บ้านค่าย-หนองคอกหมู หมู่ที่ ๕ ตำบลบ้านค่าย อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยองวัดบ้านค่าย2
credit : คณะสงฆ์บ้านค่าย

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ